จากกรณีที่พนักงานสอบสวน สอท.1 ออกหมายเรียก ‘เอ็ม เอกชาติ’ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นพนันออนไลน์ โดย พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 เป็นผู้สอบปากคำด้วยตัวเอง ซึ่งใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำ นายเอกชาติให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา จากการตรวจสอบของตำรวจแล้วพบว่ามีเพจเฟซบุ๊กทั้งหมด 3 เพจ ที่แนบลิงก์ชวนให้เล่นพนันออนไลน์ทั้งหมด 6 ลิงก์ ทั้งนี้ ได้มีการตั้งคณะกรรมการชุดสืบสวนสอบสวนสำหรับคดีนี้ขึ้นมา เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
นายเอกชาติ อ้างว่า เพจเฟซบุ๊ก 3 เพจ ที่มีการแปะลิงก์ชวนเล่นพนันออนไลน์ 6 ลิงก์ เป็นเพจปลอมทั้งหมด เจ้าตัวไม่ทราบเรื่องอะไรเลย ซึ่งเพจเหล่านี้มีการแปะลิงก์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 แล้ว
โดยหลักฐานที่นายเอกชาตินำมามอบให้กับตำรวจวันนี้คือ หน้าเพจเฟซบุ๊กจริงของตนเอง ที่จะมีเครื่องหมายถูกสีฟ้า (Meta Verified) ซึ่งจะต้องเสียเงินจ่ายรายเดือนให้กับเฟซบุ๊ก และจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่าเฟซบุ๊กจริงของนายเอกชาติมีการแปะลิงก์เว็บพนันออนไลน์ แต่หลังจากนี้จะต้องให้กองเครื่องมือพิเศษ หรือ ตอท. ตรวจสอบย้อนหลังอย่างละเอียดอีกครั้ง และจะต้องตรวจสอบว่า เครื่องหมาย Meta Verified ที่อ้างว่าเป็นเฟซจริง ทั้งก่อนและหลังมีเครื่องหมาย มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนันหรือไม่
ส่วนเส้นทางการเงินจะมีความเชื่อมโยงกับเว็บพนันหรือไม่นั้น ทางตำรวจไซเบอร์ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่เบื้องต้นพบว่า นายเอกชาติ จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และประกอบอาชีพทำสวนทุเรียน มีทรัพย์สินกว่า 50 ล้านบาท
ทั้งนี้ ได้นัดหมายนายเอกชาติไปส่งฟ้องต่ออัยการในวันที่ 13 ม.ค. นี้
กรณีรับแปะลิงก์เว็บพนัน มีความผิดต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งศาลจะสั่งจำคุกโดยไม่รอลงอาญาทันที จึงอยากฝากเตือนอินฟลูเอ็นเซอร์ที่ตอนนี้ยังรับแปะลิงก์เว็บพนัน หรือทำคอนเทนต์ขยะ ตอนนี้ตำรวจไซเบอร์เอาจริง ตามจับทุกกรณีแน่นอน
ด้านนายเอกชาติ กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้มีความกังวลใจอะไร ได้นำหลักฐานที่มีมามอบให้กับตำรวจหมดแล้ว พร้อมกับชี้แจงว่า เพจเฟซบุ๊กที่มีการโพสต์ลิงก์เว็บพนันตามที่ตำรวจได้แจ้งข้อหานั้น เป็นเพจปลอมทั้งหมด ตนมีเพจเฟซบุ๊กจริงเพียงเพจเดียว และยืนยันตัวตน ใส่เลขบัตรประชาชน และข้อมูลส่วนตัวอย่างละเอียด มีการเสียเงินรายเดือนผ่าน Meta Verified จะมีเครื่องหมายถูกที่ด้านหลังชื่อเพจ
นอกจากนี้ ตนยังเคยโพสต์แจ้งเตือนแฟนคลับในเพจ ว่ามีการปลอมเพจเฟซบุ๊กของตนขึ้นมานานหลายปีแล้ว และตนก็ได้แจ้งลบเพจปลอมเหล่านั้นทิ้ง ซึ่งก็ได้ลบไปประมาณ 3-4 เพจ แต่ก็ยังมีคนปลอมเพจขึ้นมาทำแบบนี้อีก ยอมรับว่าในช่วงเวลานั้นตนไม่ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีอะไรที่คนเหล่านี้ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง เพียงแต่แจ้งไปทางเฟซบุ๊กเท่านั้น
ในวันนี้ ตนได้นำหลักฐานทั้งหมดมาให้พนักงานสอบสวน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็จะนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป แต่มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ว่าไม่เคยโพสต์ลิงก์เว็บพนัน หรือรับจ้างโพสต์ลิงก์ใดๆ แม้ที่ผ่านมาจะเคยมีคนมาจ้างให้โพสต์ลิงก์เว็บพนัน เพราะตนมีชื่อเสียง เคยเป็นนักแข่งรถ แต่ตนก็รู้ดีว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย จึงไม่เคยรับงาน
คดีเว็บพนันคดีเก่าที่ตนถูก ปปง. ยึดทรัพย์นั้น เพราะตนไปอยู่ในบ้านของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมเท่านั้น ไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหาโดยตรง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ใดๆ และได้ชี้แจงทรัพย์สินกับทาง ปปง. ไปเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างขั้นตอนการต่อสู้คดี ซึ่งในเดือน ก.พ. นี้ ก็มีนัดไปขึ้นศาล
ส่วนที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่า ตนร่ำรวยผิดปกตินั้น ยืนยันว่ามาจากการทำงาน มีส่วนทุเรียน และเป็นนักแข่งรถ จากนั้นนายเอกชาติก็เดินออกจากวงสื่อ ขึ้นรถกลับทันที